2009/Oct/23

แค่นิยายเรื่อยๆ เปื่อยๆจ้า เพื่อนเราอยากอ่าน แต่เราไม่มีเวลาว่างส่งให้ทางเมลล์ + ขี้เกียจ 

เลยจะมาอัพตามใจฉันในบอร์ดนี้แทน ฮ่าๆๆ

บทนำ : บทเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

 

               สวัสดีครับผู้อ่านทุกๆท่าน ก่อนที่จะกล่าวอะไรต่อไป กระผมก็ขอแนะนำตัวซักนิดหน่อยพอเป็นพิธีกันเสียก่อน โดยคงจะต้องเริ่มจากชื่อเสียงเรียงนามอันไพเราะว่าราเชน.... ราเชน วรเดชชัยยา หรือที่คนทั่วๆไปเรียกผมว่า เชน เด็กหนุ่มที่มีความใสซื่อทางอารมณ์ หน้าตา ความนึกคิด 100% เต็ม ชายชาติไทยแท้แน่นอนดังเดิมทั้งวงศ์ตระกูล ซึ่งแน่ละ นั้นคือสิ่งที่ผมรู้จนกระทั้งเมื่อ 10 วินาทีที่แล้ว

 

                “อา ขออีกรอบได้ไหม” เสียงของผมที่มักดังด้วยความมั่นใจเอ่ยออกมาอย่างงงๆ พร้อมๆกับที่นิ้วมือของผมชูขึ้นมาหนึ่งนิ้วเป็นการประกอบ กับคนตรงหน้าที่ยิ้มหวานส่งมาให้

 

                “ผมดีใจจังที่หาท่านพี่เจอจนได้” เสียงหวานๆตามหน้าตาดังมาอีกหน พร้อมกับผมรีพีซคำถามเดิม

 

                “อีกรอบ”

 

                “ผมคิดถึงท่านพี่ที่สุดเลยฮะ” เสียงหวานว่ามาอีกหนก่อนจะกระโดดกอดผมจนร่างของผมเซล้มโครมลงกับพื้นถนน ก็แน่ละคนที่บอกป่าวๆว่าเป็นน้องชายผมหน่ะสูง 180 อัพ แน่ๆแต่หน้ามันก็หวานสุดๆ เช่นกัน หลังจากที่ผมเรียบเรียงความคิดในหัวสมองได้เรียบร้อย ก็จัดการดันเจ้าคนกอดอยู่ออกก่อนจะหันซ้ายหันขวา

 

                “ไหนวะ กล้อง ไหนวะรายการดาราจำเป็น  เฮ้ย รึว่าเจ้าบอล มึง มึงแกล้งกูอีกแล้วใช่ไหมมม” เสียงแหกปากของผมดังขึ้นอย่างไม่อายใครหน้าไหนกลางสี่แยกตลาดสด ก่อนที่ผมจะลุกพรวดพลาดมองหาเจ้าของชื่อที่น่าจะหลบอยู่ตรงหลืบไหนซักหลืบ แต่มองจนทั่วก็ไม่เห็นใคร แถมเจ้าหน้าหวานก็นั่งอยู่กับพื้นมองผมตาแป๋ว

 

                “ท่านพี่พูดอะไรผมไม่เข้าใจเลยฮะ” เสียงที่ดังมาอีกหนทำให้ผมขยับถอยๆๆๆ แล้ววิ่งหนีสุดชีวิต โดยใช้เหรียญทองนักกีฬาวิ่งแข่ง 100 เมตรระดับประถมเป็นเดิมพัน

 

                “พระเจ้าๆๆ ลูกช้างไม่เคยโดนอำอะไรน่ากลัวขนาดนี้ เด็กเปรตสูง 180 บอกว่าเป็นน้องลูกช้าง โอ มันช่างน่ากลัวเสียนี้ยิ่งกระไร สาธุๆ เลิกแล้วต่อกัน อย่ามาอำกันเล่นแบบนี้เลย เพี้ยงๆๆ” ผมพูดอย่างเสียขวัญพร้อมกับวิ่งไปตามทางที่ใช้กลับบ้าน หากแต่คำพูดนั้นกลับได้รับการตอบสนองด้วยเสียงหลอกหลอนที่ตามมาข้างๆกาย

 

                “ท่านพี่จะขออะไรท่านลุงเหรอ ผมว่าท่านพี่ไปขอต่อหน้าดีกว่านะฮะ” ใช่ครับเจ้าหน้าหวานมัน เหาะตามมาบอกผมเลยทีเดียว เอ๋ เดี๋ยวนะ เมื่อกี่ผมว่ามันเหาะมาใช่ไหม ใช่ผมเหมือนจะบอกว่ามันเหาะมา เหาะแบบที่ขาไม่แตะพื้น คิดแล้วก็เบรกเอี้ยดมองดูให้ดีๆ ก่อนจะพบว่า เออ จริงแหะ ขามันไม่ติดพื้นวะ เมื่อเห็นชัดๆก็ยิ้มหวานให้มันก่อนจะ.....

 

                โครมมมม!!!!

 

                ใช่ครับ ผมกำลังเป็นลม เป็นลมครั้งแรกในชีวิต โดยทิ้งความคิดสุดท้ายไว้ว่า....ถ้าเป็นความฝันก็ตื่นเสียทีเถอะ..

 

..........

 

2005/May/27

คำพูดแต่ล่ะคำ มันตีความหมายได้หลากหลายนะ

ยิ่งเป็นประโยคที่เขียนรึพิมพ์ออกมา มันยิ่งเข้าใจไปได้หลายด้าน

เพราะมันไม่มีน้ำเสียง หรือสำเนียงให้รู้ว่าพูดเล่นหรือพูดจริง

เราหนะเป็นพวกคิดมากนะ เลยอยากจะขอร้องเพื่อนๆเราซักหน่อย

ช่วยคิดซักนิดก่อนจะพูดรึเขียนอะไรออกมาได้ไหม

การที่เรานิ่งเงียบ รึไม่พูดอะไร ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ

แต่ส่วนมากมันเป็นความเจ็บปวดจนอธิบายไม่ได้ตั้งหาก

2005/May/19

อืม หลังจากดีดพี่ชายออกจากคอมได้ ก็ได้ฤกษ์เขียนศัพท์ใหม่ภาค2แล้ส เอาล่ะๆ มาเริ่มความบ้าจากศัพท์พื้นฐานที่เด็กๆในกลุ่มเรียกร้องมากันดีก่า

8. เหอๆ = อันนี้เป็นเสียงหัวเราะอ๊ะแหละ แต่ค่อนข้างจะใส่อารมณ์ปลงตก แปลกใจ รึเหยียดหยาม แล้วแต่เจ้าของเสียงหัวเราะจะใส่ฟิวลิ่งลงไป ถ้าจะเอาให้ดังต้องทำเสียงให้หลอนๆหน่อย อันนี้ไปเรียนจากลูกที่ระบุเพศไม่ได้ของเรา(reii)จะยิ่งดี เพราะเขาจะออกเสียงได้น่าสะพรึงกลัวมั๊กมาก

9. มุมุ = จะใช้มุ รึ มุมุมุมุมุ ก็ได้ตามใจคนอยากออกเสียงตามความขยันจะมุกี่หน เราจะได้ยินคำนี้บ่อยมากเวลา คนสำนึกผิด ด่าตัวเอง ปลงตก เวลาใช้เจ้าของเสียงร้องจะเข้าไปหลบมุมๆ ทำให้ดูมืดๆหน่อย ก่อนจะออกเสียงสลดๆ เหมือนรับผิด แต่ถ้าออกเสียงนี้กลางวงสนทนา อาจแปลว่างอนได้บ้างโอกาส กรุณา มองให้ดีถ้าหน้าคนพูดหุบ รึไม่ยอมคุยจ๊อต่อ ควรหาทางง้อได้แล้วล่ะ

10. ชิชิชิ = ที่ได้ยินบ่อยจะเป็นแค่3ชิ ไม่นิยมชิเดียวรึ2ชิ (เพราะเพื่อนมันพูด3ชิตลอด ไม่ก็เกิน3)ในน้ำเสียงที่ออกคนพูดจะปนความเสียดายไว้หน่อยๆ รึไม่ก็ปนความไม่สบอารมณ์ เราเดาเอาว่ามันน่าจะย่อๆมาจากคำว่าชิชะ มั้ง (เขียนไงหวา)

11. ดุ่ย = ถูกต้องคุณอ่านไม่ผิด มันคือ ดุ่ย อย่าว่าแต่คุณแปลกใจเลย เรายังแปลกใจ ว่าคิดกันมาได้ไง รู้สึกว่าดุ่ยกะด๊วบจะเกิดมาไล่ๆกันล่ะมั้ง ดุ่ย จะใช้กับอาการชิวๆ - -" ง่าจะว่าไงดีน้า มันใช้ได้หลายโอกาสนะ ทักทายก็ได้ ใช้ตอนโผล่มาจากซอกแคบๆก็ok (จะดูหลอนๆดี) ความหมายจริงๆนะเรอะ ม้ายมี้ไม่มี ถ้าเจอกันก็พูดใส่ หรือปากว่างๆก็พูดเล่นได้ เวลาไม่มีอะไรทำพูดดูก็แปลกๆดี เอาเป็นว่าใช้ได้หลายงานแล้วกันนะ

12.โก๋วววววว = เป็นคำรุ่นบุกเบิกมากๆ เก่าแก่สุดๆจนเกือบลืมไปเลย เราสามารถลากเสียงร้องได้ตามความพอใจจะโก๋วววววววววววววววววววว ก็ได้ไม่มีใครว่ากัน แต่ถ้าลากมากๆจะเหมือนเสียงหมาหอนนะตัว คำว่าโก๋วนี้รู้สึกจะเป็นเสียงร้องของอะไรบ้างตัวที่เพื่อนในกลุ่มคิดๆออกมา แต่คนคิดดันติดเชื่อเอามาพูดจนติดทั้งกลุ่ม ตอนติดกันใหม่ๆจะพูดกันจนหลอนมากๆ มักนิยมใช้เรียกร้องความสนใจ - -" มั้งนะ อาจใช้เวลาไปเกาะกับใครซักคนแล้วร้องออกมาเบา (ถ้าเสียงดังแปลว่ามันแกล้งคนเกาะ)เพื่อให้คนเกาะหันมาดู - -"

เออ ครบโหลแล้วแหะ งั้นพอแค่นี้ดีก่า ชักนึกไม่ออกแหละ